บริษัท ไทยพิพัฒน์โซลูชั่น จำกัด

THAIPIPAT SOLUTION

วันทำการ : วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 8:00 น. – 17:30 น.

โทร : 043-224888, 099-4748889

vertical menu icon หมวดหมู่สินค้า
Login Link เข้าสู่ระบบ/สมัครสมาชิก
Login Link เข้าสู่ระบบ/สมัครสมาชิก

บริษัท ไทยพิพัฒน์โซลูชั่น จำกัด

THAIPIPAT SOLUTION

วันทำการ : วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 8:00 น. – 17:30 น.

โทร : 043-224888, 099-4748889

Login Link เข้าสู่ระบบ/สมัครสมาชิก

เหล็กก่อสร้างกับการสร้างอาคารขนาดใหญ่ ความรู้ที่เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาจำเป็นต้องรู้!!

เหล็ก, เหล็กเส้น, เหล็กกล่อง, เหล็กก่อสร้าง,วัสดุก่อสร้าง, ขอนแก่น-0001

“โครงสร้างคือหัวใจของอาคาร และ เหล็ก คือกระดูกสันหลังของโครงสร้าง” — ความจริงที่ผู้คร่ำหวอดในวงการก่อสร้างมานานล้วนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

การเลือกใช้เหล็กในงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนมีนัยสำคัญที่มากกว่าราคาต่อกิโลกรัม เพราะ “เหล็ก” ไม่ใช่แค่วัสดุก่อสร้าง แต่คือความเสี่ยง ความรับผิด และความมั่นคงระยะยาวของโครงการ

ประเภทเหล็กที่ควรเข้าใจ ก่อนลงมือสร้างอาคารขนาดใหญ่

การตัดสินใจเลือกใช้เหล็กต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ขนาดอาคาร ลักษณะการใช้งาน การถ่ายน้ำหนัก และมาตรฐานความปลอดภัยทางกฎหมาย โดยประเภทเหล็กที่พบบ่อยในโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่

1. เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel)

เช่น H-Beam, I-Beam, Wide Flange (WF) ซึ่งใช้เป็นโครงสร้างหลักของเสาและคาน รองรับแรงดึงและแรงอัดสูง เหมาะสำหรับอาคารสูงและพื้นที่ใช้สอยกว้าง

  • ข้อดี แข็งแรง รับน้ำหนักได้มาก ติดตั้งเร็ว
  • ข้อควรพิจารณา ต้องเช็ก Mill Certificate และ มอก. 1227-2539 เพื่อยืนยันคุณภาพวัสดุ

2. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (Reinforced Bars)

ใช้ในงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่น ฐานราก พื้น และเสา โดยแบ่งเป็น

  • เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) มีแรงยึดเกาะสูง
  • เหล็กเส้นกลม (Round Bar) ใช้ในโครงสร้างที่ไม่ต้องรับแรงสูง

หมายเหตุ เหล็กทั้งสองประเภทต้องมี มอก. 24-2559 และ มอก. 20-2559 ตามลำดับ

3. เหล็กรูปพรรณกลวง (Hollow Structural Section – HSS)

เช่น ท่อกลม ท่อเหลี่ยม เหมาะกับงานโครงหลังคา งานตกแต่งภายนอกที่ต้องการความแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา

 

เหล็ก, เหล็กเส้น, เหล็กกล่อง, เหล็กก่อสร้าง,วัสดุก่อสร้าง, ขอนแก่น-0001

ข้อควรรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับเหล็กก่อสร้างในประเทศไทย

หลายคนมักละเลยมุมมองด้านกฎหมาย ซึ่งความจริงแล้ว กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานวัสดุก่อสร้างมีบทบาทชัดเจนในทุกโครงการ โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่หรืออยู่ในพื้นที่เมืองที่มีข้อกำหนดเข้มงวด

  • พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
    ต้องใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (เช่น มอก.)
  • ต้องมีวิศวกรควบคุมการออกแบบและตรวจสอบการใช้วัสดุ
  • การใช้เหล็กที่ไม่มี มอก. อาจส่งผลให้ใบอนุญาตก่อสร้างไม่ผ่าน และถูกสั่งรื้อถอน

มาตรฐานสากลและการยอมรับในงานขนาดใหญ่

ในโครงการที่มีการลงทุนร่วมกับต่างประเทศหรืออยู่ภายใต้การประกันความเสี่ยงจากบริษัทประกันระดับโลก เหล็กที่ใช้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ASTM, JIS หรือ BS (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโครงการ)

การตรวจสอบและจัดการความเสี่ยงในการใช้เหล็ก

ผู้ที่อยู่ในบทบาท “ผู้ซื้อ” เช่น เจ้าของโครงการ หรือแม้แต่ Project Director จำเป็นต้องจัดระบบควบคุมคุณภาพวัสดุในแต่ละล็อต เช่น

Material Test Certificate (MTC) เอกสารยืนยันคุณสมบัติทางกลและทางเคมีของเหล็ก

การตรวจสอบภาคสนาม ผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรควบคุมงาน (RE)

การทดสอบหน้างาน= เช่น การดึงเหล็กตัวอย่างมาทดสอบแรงดึงที่ไซต์ เพื่อยืนยันคุณภาพจริง

กรณีศึกษา= โครงการอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในย่านรัชดาภิเษก ใช้เหล็กนำเข้าโดยไม่มีใบรับรอง พบว่าเหล็กบางส่วนมีคาร์บอนเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมได้ตามแผน ต้องมีการเปลี่ยนวัสดุเร่งด่วนและยืดเวลาแล้วหลายเดือน

ข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง

1.อย่าตัดสินจากราคาอย่างเดียว
เหล็กราคาถูกเกินจริงในตลาดมักหมายถึงน้ำหนักไม่เต็ม หรือไม่มี มอก.

2.วางระบบตรวจสอบตั้งแต่ก่อนซื้อ
มีทีมจัดซื้อเท่านั้นไม่พอ ต้องมีฝ่าย QA/QC ช่วยตรวจสอบใบ Certificate ทุกล็อต

3.ใช้เหล็กที่สอดคล้องกับแบบวิศวกรรม
อย่าดัดแปลงวัสดุโดยไม่ปรึกษาวิศวกร เพราะจะส่งผลต่อแรงดึง น้ำหนัก และความมั่นคงของอาคาร

สรุป เหล็กในโครงการใหญ่คือเรื่องของ “ความเสี่ยง” ไม่ใช่แค่ “ต้นทุน”
ในงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ การเลือกเหล็กไม่ใช่เรื่องของแบรนด์หรือราคาต่อกิโลกรัมเพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของ “มาตรฐาน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเชื่อมั่นต่อผู้อยู่อาศัย” เพราะหากโครงสร้างผิดพลาด แก้ไขไม่ได้ง่ายเหมือนทาสีใหม่หรือเปลี่ยนฝ้าเพดาน

ข้อสรุป

ถ้าคุณกำลังจะสร้างห้าง อาคารสูง หรือโรงงาน อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อเหล็กใดๆ โดยไม่มีการตรวจสอบจากทีมวิศวกรที่เข้าใจทั้งมาตรฐานไทยและสากล เพราะราคาที่คุณจ่ายในตอนต้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับต้นทุนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว

 

 

สอบถามเพิ่มเติม    ดูสินค้า
เหล็กรูปพรรณ เหล็กเส้น

 

 


Ref.
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ASTM International
แนวปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพวัสดุก่อสร้าง (Construction Material Quality Control Guidelines)
สมาคมผู้ผลิตเหล็กและเหล็กรูปพรรณไทย (ISIT)

Tags :

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Latest Post

Categories

วัสดุก่อสร้างครบวงจร คุณภาพเยี่ยม ราคาคุ้มค่า!

อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก อุปกรณ์ก่อสร้าง จัดส่งรวดเร็ว
Scroll to Top